5 หนังอนิเมชั่นที่ต้องดู ที่วัยไหนก็ดูได้

หนังออนไลน์ 2020 อนิเมชั่นที่เป็นการ์ตูนเคลื่อนไหว…เป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบดูเป็นอย่างมาก สามารถดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทุกช่วงวัย หนังอนิเมชั่นนั้นนอกจากจะมีความสนุกความอบอุ่นปนเศร้าแล้วก็ยังแฝงไปด้วยสาระสำคัญ วันนี้เราจะมาแนะนำ5 เรื่องที่ต้องดูบอกเลยว่าวัยไหนก็ดูได้ 1. My Neighbour Totoro อนิเมะเรื่องนี้ทำให้ตัวละคร “โทโทโระ” กลายเป็นสัญลักษณ์ของสตูดิโอจิบลิ ที่เป็นไข้การ์ตูนชื่อดังทำออกมากี่เรื่องก็กวาดได้ทุกเรื่อง เรื่องราวนั้นได้เริ่มต้นขึ้นที่เด็กผู้หญิง 2 คนที่ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ในแถบชนบทกับพ่อ นั่นก็เพื่อที่จะให้อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่แม่ของพวกเธอนอนรักษาตัวอยู่ เด็กทั้งสองคนนั้นก็ได้ค้นพบว่าในป่ามีโทโทโระที่เป็นสัตว์วิเศษ ที่เป็น ผู้พิทักษ์ป่า เด็กทั้งสองก็ได้เป็นเพื่อนกับโทโมะ แล้วเรื่องราวมหัศจรรย์มากมายก็เกิดขึ้น 2. Toy Story 1-4 เด็กทุกคนย่อมจะมีของเล่นชิ้นโปรดเป็นของตัวเอง แต่เมื่อโตขึ้นก็มักจะหลงลืมทิ้งขว้างกับของเล่นพวกนั้น อนิเมะเรื่องนี้จะชวนให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าของเล่นนั้นมีชีวิตขึ้นมาจะเป็นยังไง ถ้าเล่นแรงเขาจะเจ็บไหมหรือคุณลืมพวกเขาไปแล้วหรือยัง เป็นหนังอนิเมะที่ดีมากๆไม่ว่าจะเป็นภาพเนื้อเรื่องที่ทำมาได้ประทับใจ ใครที่ดูเรื่องนี้ในตอนเด็กก็ลองหามาดูในตอนโตดูนะ 3. Princess Mononoke เป็นอนิเมะแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์ เนื้อเรื่องกล่าวถึงอะชิตะซึ่งเป็นคนภายนอกเขาได้มาเกี่ยวข้องกับพลังเหนือธรรมชาติที่ดูแลป่าและผู้คนโลหะนคร หนังเรื่องนี้ไม่ได้แบ่งให้เห็นว่าฝ่ายดีฝ่ายชั่วแบบชัดเจน แต่ทำให้เห็นถึงความเป็นจริงของโลกที่ไม่มีชัยชนะของใคร แต่ได้บอกว่าความสัมพันธ์มนุษย์ธรรมชาติเป็นอะไรที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน 4. Wall-E เรื่องนี้เล่าถึงโลกที่ไม่มีมนุษย์แล้ว…แต่เต็มไปด้วยขยะโดยที่มีหุ่นยนต์เก็บขยะที่ชื่อว่า Wall-E ปฏิบัติหน้าที่อยู่ จนกระทั่งได้พบกับ Eve ที่มายังโลกเพื่อทำการค้นหาต้นไม้ ซึ่งทั้งคู่ก็ได้ตกหลุมรักกัน เรื่องนั้นจะบอกว่าให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของบ้านเกิดเมืองนอน ควรจะสู้ควรจะปกป้องบ้านเกิดไม่ใช่ว่าทิ้งขว้างกันไป เป็นอนิเมะที่ปลุกจิตสำนึกออกมาได้ดีมากๆ 5. […]

ดูหนังออนไลน์ภาษาอังกฤษ เพื่อฝึกภาษากันเถอะ!

เวลาไปดู หนังออนไลน์ หรือหนังในโรงแบบไม่มี subtitle คงจะรู้สึกว่าฟังไม่รู้เรื่องหรือดูไม่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไรเลย หรือแม้กระทั่งการฟังเพลงแบบไม่มีคำแปลก็ไม่เข้าใจว่าเนื้อเพลงนั้นมีความหมายยังไง วันนี้เราอยากจะให้คุณทำความเข้าใจกับการดูแบบไม่มี subtitle กันมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจภาษามากขึ้นและเป็นการฝึกฝนภาษาอังกฤษมากขึ้นนั่นเอง ประโยชน์ของการดูหนังแบบไร้คำแปล การดูหนังหรือฟังเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งรูปแบบภาษาอังกฤษที่ใช้กันในหนังนั้นเป็นสำเนียงและภาษาแบบดั้งเดิมของเขา การดูหนังแบบไร้คำแปลก็เป็นการฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษ ฝึกการออกเสียงว่าเขาออกเสียงเป็นยังไงในความหมายนี้ เพราะบางทีการฝึกคุยกับคนไทยก็ไม่ได้สำเนียงแบบภาษาอังกฤษแท้ๆ ทำให้เวลาไปคุยกับชาวต่างชาติจึงทำให้คุยไม่รู้เรื่องเพราะออกสำเนียงผิดนั่นเอง แล้วถ้าหากดูหนังที่เป็นสำเนียงภาษาอังกฤษบ่อยๆแล้วเริ่มเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถทำให้คุณสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ในโอกาสต่างๆได้ดีมากขึ้นนั่นเอง การฝึกภาษาแบบไม่มีคำแปลในหนังภาษาอังกฤษนั้น ถ้าคนที่คิดอยากจะฝึกแล้วเราก็แนะนำว่าให้เริ่มจากการดูหรือฟังเพลงที่สนใจก่อน การที่เราทำในสิ่งที่ชอบก็มักจะทำให้มีความสุขในการฝึกภาษาไปในตัวด้วย แนะนำว่าให้เริ่มดูหนังที่ใช้ภาษาง่ายๆไปก่อนเพื่อที่จะได้มีกำลังใจในการฝึก จากนั้นก็เริ่มดูหนังที่มีการใช้สำนวนยากขึ้นไปอีก แล้วเมื่อมีผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดมากขึ้นคุณก็จะเริ่มมีกำลังใจในการฝึกและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง “ ทำยังไงให้เข้าใจในบทสนทนาภาษาอังกฤษในหนังมากขึ้น ” – ให้เริ่มฟังแบบไม่มี subtitle – เมื่อดูจบแล้วไปรอบนึงก็ลองถามตัวเองว่าเข้าใจในสิ่งที่หนังได้พูดไหม – ถ้าหากไม่เข้าใจก็ลองเดาบริบทการกระทำว่าเขาน่าจะพูดหรือสื่อถึงอะไรอยู่ – จากนั้นก็ทำการเปิดเพื่อดูและฟังอีกรอบพร้อมกับมี subtitle – แล้วก็ดูว่าคำแปลกับสิ่งที่คุณได้ดูไปก่อนหน้านั้นมันตรงกันหรือเปล่า – ก็ฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะชำนาญและเข้าใจได้เอง หวังว่าในบทความนี้จะทำให้ทุกคนดูหนังภาษาอังกฤษได้มีความสุขมากขึ้น และเป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อเถอะว่าถ้าหากได้ทำตามขั้นตอนที่เราได้บอกคุณไปแล้วก็จะสามารถดูหรือฟังภาษาอังกฤษได้ง่ายมากขึ้น วิธีนี้เหมาะกับคนที่ชอบดูหนังพร้อมกับอยากฝึกภาษาอังกฤษพร้อมกันไปด้วย เป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่สนุกและได้ความรู้ไปในตัว